posted on 22 Oct 2008 17:25 by april-snow
เสาไฟฟ้ากับหลักกิโล 2....” รักแรก ”
ผ่านไปปีกว่าๆ จากเหตุการณ์ครั้งนั้น เราถึงได้มีโอกาสเจอกันอีกครั้งหนึ่ง วันนั้นเป็นงานประจำปีของโรงเรียนฝนตกลงมาทำให้น้ำนองเต็มสนามเราทุกคนต้องหลบมานั่งใต้อาคารกัน แต่ฉันไม่ค่อยชอบนักหรอกเพราะรำคาญใครบางคนที่ฉันไม่ค่อยชอบขี้หน้าซะเท่าไหร่นะสิ....แต่ก็ต้องขอบคุณเพราะไม่งั้นฉันกับพี่ก็คงไม่ได้เจอกันอีกใช่มั๊ยละ อิอิอิ.... ฉันก็ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้ฉันเดินเข้าไปทักพี่วันนั้นนึกว่าจะหน้าแตกซะแล้ว ไม่นึกว่าพี่ก็เออออตามไปซะงั้น ฮ่าฮ่าฮ่า (ซึ่งเรื่องนี้ก็กลายเป็นเรื่องน่าขันของฉันสำหรับพี่ในเวลาต่อมา เพราะพี่ก็ตกใจที่จู่ๆ ฉันก็เดินเข้ามาทัก)... วันนั้นเป็นวันที่เราสนุกกันมากเราไปเสี่ยงเซียมซีได้ใบเดียวกันด้วย ใบที่ 25 ไง แถมยังได้กินน้ำแก้วสุดท้ายของวันนั้นด้วยกันอีก... วันนั้นกลับบ้านไปหัวใจฉันยังเต้นแรงไม่หยุดเลยล่ะ และเราก็มีโอกาสเจอกันอีกหลายครั้งต่อมา พี่จะคอยเข้ามาช่วยฉันเสมอช่วยยกเก้าอี้บ้างล่ะ ช่วยหาดอกมะลิให้เพื่อจัดงานวันแม่ (แม้จะไม่ได้มะลิสดแต่ฉันก็ได้กระเช้ามะลิน่ารักๆ พร้อมกับจดหมายเล็กๆ ที่แนบมาด้วย) เพื่อนๆ ฉันนะเชียร์พี่กันใหญ่เลย ฉันก็แอบลุ้นอยู่ในใจเหมือนกันและหวังอย่างยิ่งว่าเราจะใจตรงกัน แต่แหมความหวังของฉันก็เกือบพังทลายลงมาซะแล้ว....นึกแล้วก็อดกลัวไม่ได้ เพราะอย่างที่รู้ๆ กันอยู่ว่าเพื่อนของพี่คนหนึ่งก็เข้ามารู้จักฉันซักระยะหนึ่งแล้วแต่ฉันก็ไม่ได้คิดอะไรมากมาย....จะบอกความลับให้ก็ได้นะ....เพราะว่าฉันนะจะติดต่อเพื่อนของพี่คนนั้นให้เพื่อนฉันต่างหากล่ะ แต่...มันเกิดการเข้าใจผิดกันขึ้นมาซะก่อนนะซิ เห้อ!!!!!! เกือบไปเหมือนกัน แต่สุดท้ายฉันกับพี่ก็ใจตรงกัน อิอิอิ (แต่ก็เกือบเกิดเรื่องขึ้นมาเหมือนกันหลังจากเวลาผ่านไป 3 ปี พี่ถึงยอมเล่าให้ฟังว่าระหว่างพี่กับเพื่อนคนนั้นน่ะเกือบจะมีเรื่องกันซะแล้ว ตอนแรกพี่บอกว่าจะยอมถอยซะแล้ว แต่เดชะบุญ ด้วยแรงอษิฐานของฉันมั้งที่ไปดลใจให้พี่ไม่ยอมถอย ... สุดท้ายเพื่อนพี่ก็ยอมไปเอง.... แต่ฉันกับพี่ก็มักจะโดยประณามอยู่บ่อยๆ ทุกครั้งที่เจอกับเพื่อนของพี่... ตอนแรกก็งงๆ นะ สุดท้ายก็เข้าใจ)
วันเวลาผ่านเลยไปพร้อมๆ กับมิตรภาพระหว่างเราที่งอกงามขึ้นทุกวันๆ พี่มักจะมายืนรอกลับบ้านพร้อมฉันทุกวัน เดินไปส่งที่รอรถ (ใครๆ ก็บอกว่าเราเป็นเสาไฟฟ้ากับหลักกิโลพี่น่ะชอบ แต่ฉันว่าหลักกิโลมันอ้วนไปนิดหนึ่งนะ เพราะฉันนะไม่ได้อ้วนขนาดนั้นซะหน่อย) ชอบเดินมาทักตอนพักเที่ยงทุกวันหรือไม่ก็เข้าไปอ่านหนังสือในห้องสมุดบ่อยๆ ซึ่งก็มักจะโดนอาจารย์แซวบ่อยๆ แหมก็พี่เล่นไปรู้จักมักจี่กับอาจารย์เยอะนิฉันเลยพลอยโดยแซวไปด้วย มีอยู่ครั้งหนึ่งฉันลงเรียนเกษตรต้องรดน้ำต้นไม้ทุกเย็นพี่ก็มาช่วยรดน้ำฉันบ่อยๆ ยังจำงานปีใหม่ครั้งแรกของเราได้หรือเปล่าวันนั้นมีการจัดงานที่โรงเรียนด้วยพี่ซื้อของขวัญให้ฉันกล่องหนึ่งฉันตื่นเต้นมากจนไม่กล้าเปิดของขวัญ....เก็บไว้รอไปเปิดที่บ้าน พอตกบ่ายเราต้องไปร่วมกิจกรรมที่หอประชุม พอกลับมาที่ห้องเรียนของขวัญของพี่ก็หายไปซะแล้ว ฉันตกใจมากฉันได้แต่ร้องไห้ๆ ระหว่างเดินกลับบ้านฉันก็ยังร้องไห้ พี่ทำหน้าตกใจ...ได้แต่ปลอบว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้พี่ซื้อให้ใหม่วันรุ่งขึ้นฉันจึงได้ของขวัญกล่องใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมข้างในเป็นตุ๊กตาหมาพุดเดิ้ลสีขาวน่ารักมากๆ แต่จนถึงทุกวันนี้ผ่านมา 10 ปี ฉันก็ยังจับขโมยไม่ได้เลย หลังจากงานปีใหม่แล้วก็เวียนมาถึงวาเลนไทน์ครั้งแรกของเรา ตื่นเต้นสุดๆ เลยล่ะแหม....ก็มันเป็นวาเลนไทน์ครั้งแรกที่ฉันจะมีโอกาสได้รับดอกไม้นะสิ แอบยิ้มมาตั้งแต่เช้าเลยละ เพื่อนมันก็มากระซิบบอกให้ตื่นเต้นว่าเห็นพี่ซื้อกุหลาบขาวช่อใหญ่มาด้วย แต่... มันก็ไม่ได้เป็นไปดั่งที่ฉันหวังซะนี่นะสิ พี่ดันมาโรงเรียนสายซะงั้น อาจารย์ฝ่ายปกครองสุดเนี๊ยบก็เลยริบดอกไม้ช่องามของฉันไปเลย....ฉันได้แต่นั่งอิจฉาเพื่อนๆ ที่ได้รับช่อดอกไม้กันเต็มห้องเลย .... แต่พี่ก็ยังอุส่าห์ไปหาดอกกุหลาบมาตั้งดอกหนึ่งแนะ อิอิอิอิ....แอบเอามายื่นให้ข้างๆ หน้าต่างแต่อาจารย์ดันเอามาเห็นซะก่อนโดนแซวอีกแล้ว แต่ก็ปลื้มสุดๆ เลยละ (และนั้นก็เป็นดอกไม้ดอกเดียวและดอกสุดท้ายที่ฉันได้รับจากพี่) ฉันว่ามันไม่สำคัญนักหรอกนะเพราะไม่ว่าฉันจะได้ดอกไม้จากพี่หรือไม่ก็ตามแค่ความรู้สึกดีๆ ที่พี่ให้กับฉันมันก็เพียงพอแล้วแม้ว่าในวันนี้มันจะขาดหายไปแล้วก็ตาม ทุกครั้งที่ฉันไปกลับมาบ้านฉันก็จะนึกถึงเรื่องราวเก่าๆ ระหว่างเราทุกครั้ง ทุกครั้งที่ฉันเห็นลูกบาส ฉันก็ต้องนึกถึงพีฉันยังจำได้ว่ามันเป็นกีฬาโปรดของพี่และพี่ก็เล่นได้ดีซะด้วยซิ แหมก็ได้เป็นนักกีฬาระดับเขตด้วยนี่เนอะและฉันคิดว่าพี่อาจจะไปได้ไกลกว่านี้หาก....มันไม่เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นมาซะก่อน ฉันนะไม่ค่อยชอบให้พี่ไปแข่งบาสเลยละเพราะกลับมาทีไรน่ะต้องมีเบอร์โทรสาวๆ ติดมือมาทุกทีทีเลยแม้พี่จะไม่เคยโทรและให้ฉันดูทุกครั้งก็ตามแต่ฉันก็อดเป็นห่วงไม่ได้ก็พี่ดันเกิดมาหน้าตาดีแถมเป็นนักกีฬาอีก ส่วนฉันน่ะหน้าตาก็ไม่ดีแถมเล่นกีฬาอะไรก็ไม่เป็นซักอย่างเนี๊ยนะ ไม่รู้จะเรียกว่าโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่นะ..... ขนาดกีฬาสีโรงเรียนฉันนะแทบหัวหมุนเลยล่ะไหนจะต้องตามเพื่อนไปเชียร์สีตัวเองแล้วยังต้องคอยมาตามเชียร์พี่อีกพอไปบ่อยๆ ก็โดยกรรมการแขวะอีกแน่ะ อุตส่าห์แอบไปเชียร์ที่ลับตาคนแล้วยังโดนเห็นเข้าจนได้ คนบรรยายน่ะชอบแซวพี่ว่าห้ามเชียร์เบอร์ 10 นะครับเพราะว่าแฟนเค้าเชียร์อยู่ โดนอีกแล้วฉันๆๆๆ .... ทุกครั้งที่ฉันไปร้านเช่าซีดีฉันยังแอบหวังว่าจะเจอพี่อีกซักครั้ง ทุกครั้งที่ฉันหยิบซีดีออกจากชั้นวางฉันก็แอบนึกว่าว่าจะเจอหน้าพี่ซ่อนอยู่หลังชั้นวางนั้นแล้วเดินออกมาสวมนาฬิกาให้ฉันเหมือนครั้งเก่านั้น แม้ว่าร้านซีดีร้านนั้นจะปิดตัวลงไปแล้วก็ตามแต่ความทรงจำของเราก็ยังอยู่ที่นั้น วันเวลาผ่านเลยไปจนกระทั่งพี่จบไปแล้ว ฉันกลัว กลัวเหลือเกิน กลัวว่าพี่จะลืมฉันไป และแล้วความกลัวนั้นก็ค่อยๆ กลายเป็นความจริงขึ้นมาทีละนิดๆ ตามวันเวลาที่เลยผ่าน ผ่านไปเกือบ 4 เดือนนับจากวันนั้นวันที่พี่มาบ้านฉันครั้งแรก ฉันตกใจแทบแย่กลัวแม่จะด่าแต่ท่านก็ไม่ว่าอะไร วันนั้นพี่ใส่แว่นตามาด้วยคงกลัวว่าจะไม่น่าไว้ใจละซิเลยแต่งฟอร์มมาเป็นเด็กเรียนเชียว ฉันตกใจนิดหน่อยแต่ก็แอบเคืองพี่อยู่ในใจไม่เห็นบอกกันเลยว่าจะมาเตรียมตัวก็ไม่ทัน เสียดายที่ไม่ได้ไปส่งพี่ขึ้นรถเพราะก็อย่างที่รู้ว่าฉันนะออกจะบ้านไม่ได้หลังจาก 6 โมงเย็นแล้วนะ นั้นเกือบจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราพบกัน ฉันนอนร้องไห้ทุกคืนเลยพี่บอกว่าถ้าไปถึงจะติดต่อมาแต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีวี่แววว่าพี่จะติดต่อมาเบอร์โทรก็เปลี่ยนใหม่ ฉันไมรู้จะติดต่อพี่ยังไง หลังจากที่ฉันร้องไห้จนพอใจแล้วฉันได้ตั้งใจไว้ว่าฉันจะไม่ยุ่งกับผู้ชายคนใดอีก ฉันรังเกียจและรู้สึกชิงชังผู้ชายทุกคนที่เข้าใกล้ฉัน ฉันไม่ค่อยพูดกับเพื่อนผู้ชายทุกคน ฉันไม่ต้องการให้ผู้ชายทุกคนแตะต้องตัวฉัน ฉันรู้สึกแย่.... ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับฉัน พี่ทำอะไรกับชีวิตของฉัน